Skip to main content
🛒 Review Shop
สินค้า📝บทความหมวดหมู่🏆Top 10รายการโปรด📞ติดต่อเรา

📬 รับดีลพิเศษก่อนใคร!

คูปองส่วนลด โปรโมชั่นเด็ด ส่งตรงถึง inbox

รีวิวช้อป

แนะนำสินค้าคุณภาพ เปรียบเทียบราคา รีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อให้คุณช้อปได้อย่างมั่นใจ

หมวดหมู่ยอดนิยม

  • มือถือ
  • แล็ปท็อป
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • สุขภาพ
  • ของใช้ในบ้าน

สินค้ายอดนิยม

  • กำลังโหลด...

ลิงก์ด่วน

  • 🏠 หน้าแรก
  • 🎟️ คูปองส่วนลด
  • 📝 บทความรีวิว
  • 🏆 สินค้ายอดนิยม
  • 📚 คู่มือช่วยตัดสินใจ
  • ❤️ สินค้าที่ถูกใจ
  • 📋 เกี่ยวกับเรา
  • 🔒 นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • 📄 ข้อกำหนดการใช้งาน
  • 📞 ติดต่อเรา

© 2026 รีวิวช้อป สงวนลิขสิทธิ์ | เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากลิงก์ในเว็บไซต์นี้

นโยบายความเป็นส่วนตัว•ข้อกำหนดการใช้งาน•Shopee & Lazada Affiliate Partner
วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวคนไทย: หมดห่วงแดดแรง | Review Shop
กลับไปบทความทั้งหมด
ครีมกันแดดเลือกกันแดดสภาพผิวคนไทย

คู่มือเลือกครีมกันแดดที่ใช่สำหรับสภาพผิวคนไทย

แดดเมืองไทยไม่ปรานีใคร! ค้นพบวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวมัน, ผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย และทุกสภาพผิว เพื่อปกป้องผิวสวยอย่างมีประสิทธิภาพ

รีวิวช้อป
8 มีนาคม 2569
5 นาทีในการอ่าน
26 views

สารบัญ

บทนำทำความเข้าใจค่ากันแดดและประเภทของครีมกันแดดSPF และ PA คืออะไร สำคัญอย่างไร?ประเภทของครีมกันแดด: Physical vs. Chemical vs. Hybridเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวคนไทยผิวมัน / เป็นสิวง่ายผิวแห้งผิวบอบบาง / แพ้ง่ายผิวผสมกิจกรรมกลางแจ้ง / ออกกำลังกายข้อดีข้อเสีย / เปรียบเทียบ และปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาสรุป + Call-to-Action
คู่มือเลือกครีมกันแดดที่ใช่สำหรับสภาพผิวคนไทย
แชร์บทความนี้:

บทนำ

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแสงแดดอันร้อนแรงตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ทั้ง UVA และ UVB ต่างก็พร้อมทำร้ายผิวของเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะขณะเดินทาง, ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งนั่งทำงานอยู่ภายในอาคารใกล้หน้าต่าง แสงแดดคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผิวคล้ำเสีย, ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ, ริ้วรอยก่อนวัย ไปจนถึงความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังในระยะยาว

หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ครีมกันแดด แต่กลับเลือกใช้ผิดประเภทหรือไม่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง ทำให้ไม่ได้รับประสิทธิภาพในการปกป้องอย่างเต็มที่ ซ้ำร้ายอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา เช่น อุดตัน, สิว, หรือการระคายเคือง การเลือกครีมกันแดดที่ “ใช่” จึงเป็นมากกว่าแค่การทาป้องกัน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพและความงามของผิวในระยะยาว บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคนไทย เพื่อให้คุณมั่นใจว่าผิวของคุณได้รับการปกป้องที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน

ทำความเข้าใจค่ากันแดดและประเภทของครีมกันแดด

ก่อนที่จะเลือกครีมกันแดด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความหมายของค่าต่างๆ และประเภทของกันแดดเสียก่อน เพราะนี่คือหัวใจหลักของการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

SPF และ PA คืออะไร สำคัญอย่างไร?

  • SPF (Sun [Protection](https://affiliate-golf-review.vercel.app/th/uniqlo-airism-uv-hoodie "[UNIQLO](https://affiliate-golf-review.vercel.app/th/cmmifipqv000fp2tgxnpqsvif "UNIQLO HEATTECH Ultra Warm เสื้อฮีทเทคหนาสุด") AIRism UV Protection Full-Zip Hoodie เสื้อกัน UV") Factor): ค่า SPF บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวไหม้แดด แดง แสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง ตัวเลข SPF จะบอกว่าผิวของเราสามารถทนต่อแสงแดดได้นานขึ้นกี่เท่าก่อนที่จะเกิดอาการไหม้แดง เมื่อเทียบกับการไม่ทากันแดด

    • SPF 15: กรองรังสี UVB ได้ประมาณ 93%
    • SPF 30: กรองรังสี UVB ได้ประมาณ 97%
    • SPF 50: กรองรังสี UVB ได้ประมาณ 98%
    • SPF 50+: กรองรังสี UVB ได้มากกว่า 98%

    สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตประจำวันในเมือง SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอ แต่หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ เช่น เล่นกีฬา หรือไปทะเล ควรเลือก SPF 50 หรือ SPF 50+ เพื่อการปกป้องที่สูงสุด

  • PA (Protection Grade of UVA): ค่า PA บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวคล้ำเสีย, ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย ค่า PA ถูกกำหนดโดยระบบของประเทศญี่ปุ่น และแสดงด้วยเครื่องหมายบวก (+) ยิ่งมีเครื่องหมายบวกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ได้ดียิ่งขึ้น

    • PA+: ป้องกันรังสี UVA ได้เล็กน้อย (Protection Factor ประมาณ 2-4 เท่า)
    • PA++: ป้องกันรังสี UVA ได้ปานกลาง (Protection Factor ประมาณ 4-8 เท่า)
    • PA+++: ป้องกันรังสี UVA ได้ดี (Protection Factor ประมาณ 8-16 เท่า)
    • PA++++: ป้องกันรังสี UVA ได้ดีเยี่ยม (Protection Factor มากกว่า 16 เท่า)

    ในสภาพอากาศของประเทศไทยที่รังสี UVA รุนแรงตลอดปี แนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีค่า PA+++ หรือ PA++++ เพื่อปกป้องผิวจากความหมองคล้ำและริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ประเภทของครีมกันแดด: Physical vs. Chemical vs. Hybrid

ครีมกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามกลไกการทำงาน ซึ่งมีผลต่อเนื้อสัมผัสและความเหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน

  • 1. Physical Sunscreen (กันแดดแบบกายภาพ/มิเนอรัล):

    • สารออกฤทธิ์หลัก: Zinc Oxide (ซิงค์ออกไซด์) และ Titanium Dioxide (ไทเทเนียมไดออกไซด์)
    • กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่เสมือนกระจกเงา เคลือบบนผิวเพื่อสะท้อนและหักเหรังสี UV ทั้ง UVA และ UVB ออกไปจากผิวทันทีที่ทา
    • เหมาะสำหรับ: ผิวบอบบาง แพ้ง่าย, ผิวเด็ก, ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์ผิวหน้า หรือมีประวัติแพ้สารเคมี
    • ข้อดี: อ่อนโยน ไม่ค่อยก่อให้เกิดการระคายเคือง, ปกป้องทันทีหลังทา, ปกป้องได้กว้างทั้ง UVA และ UVB
    • ข้อเสีย: เนื้อสัมผัสอาจข้น เหนอะหนะ, มีโอกาสทิ้งคราบขาว (white cast) บนผิวได้ โดยเฉพาะกับคนผิวคล้ำ, อาจอุดตันรูขุมขนในบางสูตรหากทำความสะอาดไม่ดีพอ
  • 2. Chemical Sunscreen (กันแดดแบบเคมี):

    • สารออกฤทธิ์หลัก: เช่น Oxybenzone, Avobenzone, Octinoxate, Homosalate, Octisalate, Tinosorb S, Uvinul A Plus, Uvinul T 150 เป็นต้น
    • กลไกการทำงาน: สารกันแดดจะซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวและดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ก่อนที่จะสลายไป
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการกันแดดเนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบขาว
    • ข้อดี: เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่ทิ้งคราบขาว, เกลี่ยง่าย, มักมีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อได้ดี
    • ข้อเสีย: ต้องทาล่วงหน้าประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้สารกันแดดซึมเข้าสู่ผิวและทำงานได้อย่างเต็มที่, บางรายอาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อสารเคมีบางชนิดได้, สารบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล (เช่น ปะการัง) จึงควรเลือกสูตรที่เป็น Reef-safe
  • 3. Hybrid Sunscreen (กันแดดแบบลูกผสม):

    • เป็นการรวมเอาข้อดีของทั้ง Physical และ Chemical Sunscreen เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีทั้ง Zinc Oxide/Titanium Dioxide ผสมกับสารกันแดดเคมีหลายชนิด
    • ข้อดี: ให้การปกป้องที่ครอบคลุม ทั้งสะท้อนและดูดซับรังสี UV, มักมีเนื้อสัมผัสที่บางเบาลงกว่า Physical Sunscreen เพียวๆ แต่ยังคงความอ่อนโยน

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวคนไทย

สภาพผิวของแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน การเลือกกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องและลดปัญหาผิวที่อาจเกิดขึ้นได้

ผิวมัน / เป็นสิวง่าย

  • ปัญหา: ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินมาก ทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวัน รูขุมขนอุดตันง่าย นำไปสู่การเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ
  • วิธีเลือก:
    • มองหาคำว่า "Non-comedogenic" (ไม่อุดตัน), "Oil-free" (ปราศจากน้ำมัน), "Matte finish" (ให้ผิวแมตต์) หรือ "Water-based" (มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำ) บนฉลาก
    • เนื้อสัมผัสที่เหมาะสมคือ เจล (Gel), ฟลูอิด (Fluid), โลชั่นน้ำนม (Light Lotion) ที่บางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เพิ่มความมันหรือความหนักให้ผิว
    • กันแดดแบบเคมีหรือไฮบริด มักจะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบาและควบคุมความมันได้ดีกว่า
    • หลีกเลี่ยง กันแดด Physical ที่มีเนื้อหนักหรือมีน้ำมันเป็นส่วนผสมเยอะ เพราะอาจทำให้ผิวมันเยิ้มและอุดตันมากขึ้น

ผิวแห้ง

  • ปัญหา: ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งตึง ลอกเป็นขุยได้ง่าย ผิวอาจดูหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • วิธีเลือก:
    • มองหาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin, Ceramides, Aloe Vera หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิว
    • เนื้อสัมผัสแบบ ครีม (Cream) หรือโลชั่น (Lotion) ที่เข้มข้นกว่าเล็กน้อย จะช่วยให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นและรู้สึกสบายผิวมากขึ้น
    • ทั้งกันแดดแบบ Physical และ Chemical สามารถใช้ได้ แต่ควรเลือกสูตรที่ปราศจากแอลกอฮอล์เพื่อไม่ให้ผิวแห้งตึงยิ่งขึ้น

ผิวบอบบาง / แพ้ง่าย

  • ปัญหา: ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก มีแนวโน้มเกิดอาการระคายเคือง ผื่นแดง คัน หรือแพ้ได้ง่ายจากสารเคมี น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์
  • วิธีเลือก:
    • เลือก Physical Sunscreen เป็นอันดับแรก เพราะมีโอกาสระคายเคืองน้อยกว่า (มองหาสาร Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เป็นหลัก)
    • มองหาคำว่า "Hypoallergenic" (ไม่ก่อให้เกิดการแพ้), "Fragrance-free" (ปราศจากน้ำหอม), "Alcohol-free" (ปราศจากแอลกอฮอล์), "Paraben-free" (ปราศจากพาราเบน) บนฉลาก
    • หลีกเลี่ยง สารกันแดดเคมีบางชนิดที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น Oxybenzone และ Octinoxate หากผิวเคยมีประวัติแพ้
    • ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูก่อนใช้ทั่วใบหน้าเสมอ เพื่อป้องกันการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

ผิวผสม

  • ปัญหา: ผิวมีทั้งส่วนที่มัน (T-zone: หน้าผาก จมูก คาง) และส่วนที่แห้ง (U-zone: แก้ม) ทำให้การเลือกกันแดดเป็นเรื่องท้าทาย
  • วิธีเลือก:
    • เลือกครีมกันแดดเนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งความมัน แต่ยังคงให้ความชุ่มชื้นได้ดีในบริเวณที่แห้ง
    • กันแดดแบบ Hybrid หรือ Chemical ที่มีเนื้อสัมผัสแบบเจล หรือโลชั่นน้ำนม มักเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะให้ความสมดุลทั้งการควบคุมความมันและให้ความชุ่มชื้น
    • อาจพิจารณาใช้กันแดด 2 สูตรที่แตกต่างกัน สำหรับบริเวณที่มันและแห้ง หรือเลือกสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผิวผสมโดยเฉพาะ

กิจกรรมกลางแจ้ง / ออกกำลังกาย

  • ปัญหา: เหงื่อออกมาก กันแดดหลุดง่าย ต้องการการปกป้องที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพสูง
  • วิธีเลือก:
    • มองหาคำว่า "Water-resistant" (กันน้ำ) หรือ "Very Water-resistant" (กันน้ำได้ดีมาก) บนฉลาก โดยทั่วไปจะระบุระยะเวลาที่กันน้ำได้ เช่น 40 นาที หรือ 80 นาที
    • เลือกค่า SPF สูงๆ (SPF 50+) และค่า PA++++ เพื่อการปกป้องสูงสุดจากทั้งรังสี UVB และ UVA
    • ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกมาก ว่ายน้ำ หรือเช็ดตัว เพื่อให้มั่นใจว่าผิวได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีข้อเสีย / เปรียบเทียบ และปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา

เพื่อช่วยในการตัดสินใจ นี่คือตารางสรุปข้อดีข้อเสียของกันแดดแต่ละประเภท และปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

| คุณสมบัติ | Physical Sunscreen | Chemical Sunscreen | Hybrid Sunscreen | | :---------- | :------------------ | :------------------- | :---------------- | | สารออกฤทธิ์ | Zinc Oxide, Titanium Dioxide | Oxybenzone, Avobenzone, Octinoxate, etc. | ผสมผสานทั้งสองแบบ | | กลไกการทำงาน | สะท้อนรังสี UV | ดูดซับและเปลี่ยนเป็นความร้อน | ทั้งสะท้อนและดูดซับ | | เนื้อสัมผัส | หนา, อาจวอก (White Cast) | บางเบา, ซึมง่าย, ไม่วอก | เนื้อดีขึ้นกว่า Physical เดี่ยวๆ | | ความอ่อนโยน | สูง, เหมาะผิวแพ้ง่าย, เด็ก | อาจระคายเคืองในบางคน | ปานกลางถึงสูง | | ปกป้องทันที | ใช่, หลังทา | ต้องรอ 15-20 นาที | ปกป้องทันที (จากส่วน Physical) | | เหมาะกับผิว | บอบบาง, เด็ก, แพ้ง่าย | มัน, ผสม, ทั่วไป | ทั่วไป, ต้องการความสมดุล | | ข้อจำกัด | อาจวอก, อุดตันง่ายหากทำความสะอาดไม่ดี | อาจแพ้, สารบางชนิดไม่เป็นมิตรต่อปะการัง | ราคาอาจสูง, ยังมีโอกาสแพ้สารเคมี |

ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม:

  • เนื้อสัมผัสและ Finish: นอกจากประเภทกันแดดแล้ว ลองดูว่ากันแดดให้ Finish แบบไหน (Matte, Dewy, Natural) บางคนชอบผิวแมตต์เพื่อควบคุมความมัน บางคนชอบผิวฉ่ำวาวเพื่อให้ดูสุขภาพดีและไม่แห้งกร้าน
  • สารบำรุงเพิ่มเติม: ครีมกันแดดสมัยใหม่หลายยี่ห้อมีการผสมสารบำรุงผิว (Antioxidants เช่น Vitamin E, Vitamin C, Niacinamide) เพื่อเสริมการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ เพิ่มความกระจ่างใส และให้ความชุ่มชื้นไปในตัว
  • ความสะดวกในการใช้: กันแดดมีหลายรูปแบบ เช่น ครีม, โลชั่น, เจล, สเปรย์, สติ๊ก เลือกที่ใช้ง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด เช่น กันแดดแบบสเปรย์เหมาะสำหรับทาซ้ำระหว่างวัน หรือสติ๊กสำหรับพกพาและทาเฉพาะจุด
  • "Reef-safe" หรือ "เป็นมิตรต่อปะการัง": หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือชอบดำน้ำ ควรเลือกกันแดดที่ไม่มีสาร Oxybenzone และ Octinoxate ซึ่งเป็นอันตรายต่อปะการังและสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • ราคาและปริมาณ: ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้ว สำหรับใบหน้าและลำคอ) และต้องทาซ้ำตลอดวัน ดังนั้นควรพิจารณาเรื่องราคาและปริมาณให้คุ้มค่ากับการใช้งานต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อกระเป๋าสตางค์

สรุป + Call-to-Action

การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวในระยะยาวที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทยที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและรังสี UV อันรุนแรงตลอดปี การทำความเข้าใจค่า SPF, PA, ประเภทของกันแดด รวมถึงการพิจารณาสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของตนเอง จะช่วยให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และให้การปกป้องได้อย่างเต็มที่

ข้อควรจำ:

  • เลือกค่า SPF 30-50+ และ PA+++ หรือ PA++++ สำหรับการปกป้องที่ครอบคลุมในชีวิตประจำวันของคนไทย
  • พิจารณาประเภทกันแดด (Physical, Chemical, Hybrid) ให้ตรงกับสภาพผิวและความไวต่อสารเคมี
  • เลือกเนื้อสัมผัสและส่วนผสมเพิ่มเติมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวและความต้องการของคุณ
  • ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกมากหรือสัมผัสกับน้ำ

อย่ารอช้า! เริ่มต้นสำรวจสภาพผิวของคุณ และเลือกครีมกันแดดที่ "ใช่" ตั้งแต่วันนี้ เพื่อปกป้องผิวสวยของคุณให้ห่างไกลจากอันตรายของรังสี UV และเผยผิวสุขภาพดีอย่างมั่นใจในทุกๆ วัน มาสร้างเกราะป้องกันผิวที่แข็งแกร่งไปด้วยกัน!

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์ให้เพื่อนๆ ได้เลย!

บทความที่คุณอาจสนใจ

สกินแคร์ลำดับขั้นตอน Morning & Night Routine ฉบับมือใหม่

สกินแคร์ลำดับขั้นตอน Morning & Night Routine ฉบับมือใหม่

เรียนรู้ลำดับขั้นตอนการดูแลผิวหน้าทั้งเช้าและก่อนนอนอย่างถูกวิธี พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับมือใหม่ทุกสภาพผิว ราคาไม่แพง หาซื้อง่ายในไทย

6 มี.ค.30
AHA BHA PHA กรดผลัดเซลล์ผิว ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนดี

AHA BHA PHA กรดผลัดเซลล์ผิว ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนดี

เจาะลึกกรดผลัดเซลล์ผิว 3 ชนิด AHA BHA และ PHA ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนตามสภาพผิว ความเข้มข้นแนะนำ พร้อมตารางเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์

6 มี.ค.22
เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ

เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ

รวมเซรั่มวิตามินซีที่ดีที่สุด เปรียบเทียบความเข้มข้น รูปแบบวิตามินซี วิธีใช้ที่ถูกต้อง พร้อมตารางเปรียบเทียบราคาและประสิทธิภาพ

6 มี.ค.18
  • ข้อเสีย: ยังคงมีโอกาสแพ้สารเคมีบางชนิดได้ในผู้ที่ผิวไวต่อสารเคมี, ราคามักสูงกว่ากันแดดประเภทเดียว